ระเบียบข้อบังคับสมาคม


ข้อบังคับ
สมาคมศิษย์เก่าคณะเทคนิคการแพทย์  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

หมวดที่ 1
 ความทั่วไป


ข้อ 1 สมาคมนี้ชื่อว่า "สมาคมศิษย์เก่าคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่" ใช้อักษรย่อว่า "ส.ศ.ทนพ.มช." เรียกชื่อภาษาอังกฤษว่า " Faculty of Associated Medical Sciences Chiangmai University Alumni Association" ใช้อักษรย่อว่า "AMS.CMU.AA"
ข้อ 2 เครื่องหมายของสมาคม มีตรามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และข้อความว่า "สมาคมศิษย์เก่า คณะเทคนิคการแพทย์  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่"  อยู่รอบตรามหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ข้อ 3 สำนักงานของสมาคมตั้งอยู่ ณ คณะเทคนิคการแพทย์  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 110 ถนนอินทวโรรส ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200
ข้อ 4 สมาคมมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
         4.1 เสริมสร้างความสามัคคีและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสมาชิก
         4.2 ส่งเสริมสนับสนุนกิจการและเผยแพร่ชื่อเสียงเกียรติภูมิของคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
         4.3 เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้และความคิดเห็นทางวิชาการระหว่างสมาชิก
         4.4 เพื่อสงเคราะห์สมาชิก และนักศึกษาในด้านสวัสดิการต่าง ๆ แล้วแต่กรณี
         4.5 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนกิจการและกิจกรรมนักศึกษาของคณะเทคนิคการแพทย์  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
         4.6 เพื่อบำเพ็ญสาธารณประโยชน์แก่สังคม
         4.7 ไม่จัดตั้งโต๊ะบิลเลียด

หมวด 2
สมาชิก


ข้อ 5 สมาชิกของสมาคมมี 3 ประเภท คือ
         5.1 สมาชิกสามัญ ได้แก่
                  ก. ศิษย์เก่าคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
                  ข. อาจารย์ประจำคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทั้งอดีตและปัจจุบัน
                  ค. ผู้ที่เคยเป็นนักศึกษาในคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
         5.2 สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ ผู้สนใจทั่วไปหรือบุคลากรในคณะเทคนิคการแพทย์ ที่ขอสมัครเป็นสมาชิกและคณะกรรมการบริหารรับรอง
         5.3 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ ผู้ทรงเกียรติคุณของคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือผู้ที่ให้ความอุปการะคุณแก่สมาคม  ซึ่งคณะกรรมการบริหารของสมาคม  มีมติให้เชิญเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์
ข้อ 6 สมาชิกสามัญและสมาชิกวิสามัญ สามารถเข้าร่วมเป็นสมาชิกตลอดชีพได้โดยต้องลงทะเบียนและไม่ต้องเสียค่าบำรุง
ข้อ 7 สมาชิกกิตติมศักดิ์ เป็นสมาชิกตลอดชีพโดยไม่ต้องเสียค่าบำรุง
ข้อ 8 คุณสมบัติของสมาชิกประกอบด้วย
         8.1 เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
         8.2 ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ
         8.3 ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือต้องโทษจำคุก ยกเว้นความผิดฐานประมาท หรือลหุโทษ การต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดในกรณีดังกล่าว จะต้องเป็นในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกหรือในระหว่างที่เป็นสมาชิกของสมาคมเท่านั้น
ข้อ 9  ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกให้ยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อเลขาธิการ
ข้อ 10 ให้เลขาธิการนำรายชื่อผู้สมัคร เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารเพื่อพิจารณาการรับสมัครเข้าเป็นสมาชิก
ข้อ 11 สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้
         11.1 ตาย
         11.2 ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ
         11.3 ขาดคุณสมบัติสมาชิก
         11.4 คณะกรรมการลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียน ในกรณีที่สมาชิกผู้นั้น กระทำความผิดถึงต้องรับโทษจำคุก โดยคำพิพากษาของศาลทั้งนี้ไม่รวมถึงความผิด ลหุโทษหรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ละเมิดระเบียบหรือข้อบังคับของสมาคมโดยเจตนาที่จะนำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม
ข้อ 12  สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
         12.1 สมาชิกมีสิทธิที่จะร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของสมาคม และใช้เข็มหรือเครื่องหมายประเภทต่างๆ ของสมาคมได้  แต่การออกเสียงเกี่ยวกับการบริหารงาน  และการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารของสมาคม ให้เป็นสิทธิของสมาชิกสามัญเท่านั้น
         12.2 สมาชิกมีสิทธิที่จะเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรมของสมาคมต่อคณะกรรมการบริหารได้
         12.3 สมาชิกมีสิทธิขอต่อคณะกรรมการบริหารเพื่อตรวจเอกสาร บัญชีทรัพย์สินของสมาคมได้ในเวลาอันควร
         12.4 สมาชิกมีหน้าที่ป้องกันรักษาเกียรติของสมาคมและไม่กระทำการใด ๆ อันจะนำมาซึ่งความเสียหายแก่มวลสมาชิกและสมาคม

หมวดที่ 3
คณะกรรมการบริหาร


ข้อ 13 ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า "คณะกรรมการบริหาร" มีหน้าที่บริหารงานกิจการของสมาคมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ คณะกรรมการประกอบด้วยนายก อุปนายกคนที่ 1 อุปนายกคนที่ 2 เลขาธิการ เหรัญญิก ปฏิคม นายทะเบียน ประชาสัมพันธ์ และกรรมการตำแหน่งอื่นๆ รวมกันแล้วมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 10 คน โดยดำรงตำแหน่งวาระละ 3 ปี ให้คณบดีคณะเทคนิคการแพทย์ และ ประธานคณะกรรมการศิษย์เก่าสัมพันธ์ คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นกรรมการโดยตำแหน่งและอาจดำรงตำแหน่งในกรรมการบริหารได้
ข้อ 14 ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกสมาคมต้องมาจากการเลือกตั้งของสมาชิกสามัญ มีวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี และเป็นได้ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน โดยนายกสมาคมเป็นผู้เลือกสมาชิกสามัญดำรงตำแหน่งต่างๆในกรรมการบริหารและต้องมีองค์ประกอบของกรรมการบริหารจากทุกสาขาของคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมีวาระการดำรงตำแหน่งตามนายกสมาคม
ข้อ 15ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระรักษาการไปพลางก่อน จนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ และเมื่อคณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ทำการส่งและรับมอบงานระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าและคณะกรรมการชุดใหม่ให้เป็นที่เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ
ข้อ 16 ถ้าตำแหน่งนายกว่างเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระ ให้อุปนายกรักษาการนายกไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้งนายกใหม่  ให้ถือว่าคณะกรรมการชุดนั้นหมดสภาพการเป็นกรรมการบริหารของสมาคมแต่คงรักษาการในตำแหน่งต่อไป และต้องดำเนินการเลือกตั้งตำแหน่งนายกให้เสร็จสิ้นภายใน 90 วัน
ข้อ 17 ถ้าตำแหน่งกรรมการสมาคมว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระ ให้นายกสมาคมแต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น และต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของข้อ 14
ข้อ 18  ที่ประชุมใหญ่ของสมาคมอาจเสนอแต่งตั้ง นายกกิตติมศักดิ์ เพื่อให้คำปรึกษาหรือเป็นผู้อุปถัมภ์สำคัญของสมาคมได้

หมวดที่ 4
อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร


ข้อ 19 นายกสมาคม มีหน้าที่บริหารกิจการของสมาคมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ นโยบาย ข้อบังคับและระเบียบของสมาคม เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร เป็นผู้รักษาระเบียบการประชุมและดำเนินการประชุมให้เป็นไปตามข้อบังคับ
ข้อ 20 อุปนายก มีหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคม ปฏิบัติหน้าที่ตามที่นายกสมาคมได้มอบหมายและทำหน้าที่แทนนายกสมาคมเมื่อนายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยการทำหน้าที่แทนนายกสมาคม ให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำการแทน
ข้อ 21 เลขาธิการ มีหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมด เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของสมาคมในการปฏิบัติภารกิจของสมาคม และปฏิบัติตามคำสั่งของนายกสมาคม ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่างๆ ของสมาคม
ข้อ 22 เหรัญญิก มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชีรายรับ รายจ่าย บัญชีงบดุลของสมาคม และเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆด้านการเงิน ของสมาคมไว้เพื่อรับการตรวจสอบ
ข้อ 23 ปฏิคม มีหน้าที่ ติดต่อ ต้อนรับ และอำนายความสะดวกในการจัดเตรียมสถานที่ของสมาคมและ จัดเตรียมสถานที่ประชุมต่างๆ ของสมาคม
ข้อ 24 นายทะเบียน มีหน้าที่จัดทำทะเบียนและประวัติของสมาชิกทั้งหมดของสมาคมให้ถูกต้องเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
ข้อ 25 ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่กิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมให้สมาชิกและบุคคลโดยทั่วไปให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย
ข้อ 26 กรรมการตำแหน่งอื่นๆ มีหน้าที่คอยช่วยเหลือกิจการฝ่ายต่างๆ ของสมาคมและมีหน้าที่ตามแต่นายกจะมอบหมาย


หมวดที่ 5
การดำเนินงานของคณะกรรมการบริหาร


ข้อ 27 คณะกรรมการบริหารมีอำนาจในการดำเนินกิจกรรมของสมาคมดังนี้
         27.1ออกระเบียบปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติโดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับ
         27.2 แต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม
         27.3 แต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการ จะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง
         27.4 เรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ
         27.5 บริหารกิจการของสมาคม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้
         27.6  มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงิน และทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม
         27.7 มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ สมาชิกสามัญ ไม่น้อยกว่า 50 คน ร่วมกันยื่นคำร้องต่อนายกสมาคมในคำร้องต้องแสดงเหตุผล และระบุหัวข้อการประชุมด้วย ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ
         27.9 มีหน้าที่อื่นๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

หมวด 6
การประชุมใหญ่


ข้อ 28 การประชุมใหญ่สามัญ ให้มีการประชุมใหญ่สามัญ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง องค์ประชุมของการประชุมใหญ่สามัญต้องประกอบด้วย สมาชิกหรือสมาชิกที่ได้รับมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษร ให้สมาชิกอื่นเป็นผู้แทนไม่น้อยกว่า 50 คน ในกรณีที่พ้นเวลานัดหมายไป 30 นาทีแล้ว ยังไม่ครบองค์ประชุม ให้ยกเลิกการประชุมในวันนั้นและให้เรียกประชุมใหม่ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก การประชุมครั้งนี้สมาชิกจะมาเท่าใดไม่จำกัดให้ถือเป็นองค์ประชุมได้ การประชุมใหญ่สามัญให้มีระเบียบวาระดังนี้
     28.1 นายกแถลงผลงานในรอบปี
     28.2 เหรัญญิกเสนองบดุล ซึ่งผู้ตรวจบัญชีของสมาคมรับรองแล้ว
     28.3 รายงานรายรับ - รายจ่าย ประจำปี
     28.4 ปรึกษากิจการของสมาคม
     28.5 เลือกตั้งตำแหน่งนายกใหม่ตามวาระ (ถ้ามี)
     28.6 แต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี

ข้อ 29 การประชุมใหญ่วิสามัญ อาจมีขึ้นเพื่อการใด ๆ ซึ่งคณะกรรมการบริหารเห็นสมควรหรือสมาชิกสามัญ ไม่น้อยกว่า 50 คน ร่วมกันยื่นคำร้องต่อนายกสมาคมในคำร้องต้องแสดงเหตุผล และระบุหัวข้อการประชุมด้วย และให้เรียกประชุมภายใน 30 วัน
ข้อ 30 ในการเรียกประชุมใหญ่สามัญ หรือวิสามัญ เลขาธิการต้องส่งคำบอกกล่าว นัดประชุมล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน เป็นลายลักษณ์อักษรให้สมาชิกทราบถึงกำหนดวัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุม
ข้อ 31  ให้นายกเป็นประธานในที่ประชุม ถ้านายกไม่สามารถร่วมประชุมได้ให้อุปนายกเป็นประธานแทน ถ้าอุปนายกไม่สามารถร่วมประชุมได้ ให้ที่ประชุมเลือกสมาชิกสามัญ 1 คน ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม
ข้อ 32 การแก้ไขข้อบังคับของสมาคม จะต้องกระทำโดยที่ประชุมใหญ่ และต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนสมาชิกที่มาประชุมเห็นชอบกับการแก้ไข

หมวด 7
การเงินและทรัพย์สิน


ข้อ 33 ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกผู้ตรวจสอบบัญชีของสมาคม 1 คน
ข้อ 34 ให้คณะกรรมการบริหาร รับผิดชอบในทรัพย์สินและการเงินของสมาคม จัดให้มีบัญชีทรัพย์สิน และการเงินของสมาคมตามหลักการบัญชี ให้เป็นการถูกต้องและทันตามเวลาอยู่เสมอ
ข้อ 35 ให้เหรัญญิกมีอำนาจถือเงินสดไว้ได้ไม่เกิน 10,000.- บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ส่วนเงินของสมาคมนอกจากจำนวนที่เหรัญญิกถือไว้ ต้องฝากธนาคารหรือสหกรณ์ออมทรัพย์ ที่คณะกรรมการเห็นสมควรในนามของสมาคม  นายกหรืออุปนายกคนใดคนหนึ่ง ร่วมกับเหรัญญิกเป็นผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อในเช็คสั่งจ่ายไว้ในวงเงินไม่เกิน 250,000.- บาท (สองแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่านี้จะต้องได้รับอนุมัติ จากคณะกรรมการบริหาร
ข้อ 36 เงินของสมาคมนั้นจะนำไปลงทุนแสวงหาผลประโยชน์ได้เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหาร
ข้อ 37 เหรัญญิกต้องทำบัญชีงบดุลประจำปี เสนอให้ที่ประชุมใหญ่พิจารณา


หมวด 8
การเลิกสมาคม


ข้อ 38 เว้นแต่โดยผลแห่งกฎหมาย  สมาคมจะเลิกได้โดยสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมดลงมติให้เลิกสมาคม
ข้อ 39 ในกรณีเลิกสมาคมให้ทรัพย์สินทั้งสิ้น  ซึ่งเหลือเมื่อชำระหนี้สินเรียบร้อยแล้วตกเป็นของคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

หมวด 9
บทเฉพาะกาล


ข้อ 40 ข้อบังคับฉบับนี้นั้น ให้เริ่มใช้บังคับได้นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป
ข้อ 41  เมื่อสมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการ ก็ให้ถือว่าคณะผู้เริ่มการจัดตั้งสมาคมทั้งหมดเป็นสมาชิกสามัญ
ข้อ 42 สำหรับคณะกรรมการชุดแรก ให้คณะผู้เริ่มการจัดตั้งสมาคมเป็นผู้เลือกตั้งประกอบด้วย นายกสมาคมและกรรมการอื่นๆ ตามจำนวนที่เห็นสมควรตามข้อบังคับ
ข้อ 43 การนับวาระการดำรงตำแหน่งนายกสมาคมตามข้อ14 ไม่นับรวมการดำรงตำแหน่งเมื่อเริ่มก่อตั้งสมาคม

 

เพิ่มเติม : ข้อบังคับสมาคมศิษย์เก่าคณะเทคนิคการแพทย์_มหาวิทยาลัยเชียงใหม่